ประวัติคุณแม่ชีทองสุข สุดกังวาล

(คุณแม่ชีทองสุข เป็นลูกศิษย์หลวงพ่อพุธ ฐานิโย วัดป่าสาลวันและ ปฏิบัติธรรมตามแนวทางของหลวงพ่อพุธ มากว่า 30 ปี)

maeshee2      เกิดวันที่ 13 มีนาคม พ.ศ.2492 ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 4(วันเพ็ญ เดือน 4 ปีฉลู) ในตระกูลสุวรรณศิลป์ ณ.บ้านนาเรือง(บ้านอีเก๊ะ สมัยนั้น)ตำบลนาเรือง อำเภอเดชอุดม จังหวัดอุบลราชธานี เป็นคนลาวโดยสายเลือดและเผ่าพันธุ์
วัยเด็ก ข้าพเจ้าเป็นคนที่ร้องไห้บ่อยมาก เพราะไม่มีนมจะกิน มีน้องเกิดตามมาติดๆ ทำให้แม่ไม่มีน้ำนมจะให้ข้าพเจ้ากิน เขานำข้าพเจ้าไปผูกเปลตากแดดไว้ แม่รับจ้างทำนาเรื่อยไป พ่อเป็นช่างไม้สร้างบ้าน สร้างโรงเรียนไปตามหมู่บ้านอื่นไปเรื่อย แล้วก็มีเมียใหม่ไปเรื่อย ๆ โดยไม่เคยหันหลังกลับมามองเมียและลูกๆ เลย แม่เป็นเมียคนที่ 4 พอพ่อตายเขาอ่านประวัติของพ่อให้ฟัง
การศึกษา เรียนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 บ้านนาเรือง เป็นผู้ที่เรียนหนังสือเก่งมาก ไม่ค่อยได้เรียนเลย มีแต่ต้องสอนแทนครู เพราะมีครูคนเดียว ไปสอบแข่งที่ไหน ครูเอาโล่มาไว้ที่บ้านก่อนเด็กหญิงทองสุข สุวรรณศิลป์ เป็นเด็กที่ทุกคนรักมาก เช่น เพื่อนๆ พระ เณร เถร ชี เพราะเป็นคนที่ชอบอยู่กับพระกับชี ตามยายไปวัดเสมอถูกยายใช้ไปวัดบ่อยมากๆ วันไหนนอนไม่หลับก็จะสวดมนต์เป็นประจำ แต่ไม่รู้ว่าสวดอะไร พระสมัยก่อนไม่สอน

พอเป็นสาวรุ่น ก็เจอพระท่านบอกว่า “อีนางโตขึ้นมึงจะได้เป็นคุณนายเด้อเป็นผู้มีวาจาเป็นศีลธรรม เป็นผู้รักษาศีล ให้ระวังการพูดไว้ให้IMG_0008ดีๆ นะ” ซึ่งทุกอย่างไม่เคยเข้าใจอะไรเลย พอมีคนต่างถิ่นมาจากทางไหน มาพูดคุยด้วยเราจะไม่เคยคุยกับเขาเลย กลัวได้เป็นคุณนาย ไม่รู้เลยว่าคุณนายเป็นตัวอะไร ก็มาเจอทหารเสือพราน นักรบจากลาว เขามาปักหลักที่บ้านเรา ขนลูกน้องมาขี้เมาจ้างเราร้องเพลงให้ฟังเราก็ร้องเพลงไม่เป็น เขาก็บอกให้นั่งอยู่ด้วย เขาให้เราวันละ 400 บาท ป้าเราก็มีลูกสาว รวมกับเราด้วย อยู่บ้านเราตั้ง 6เดือน เราก็ไม่รู้จักเพราะเราไม่สนใจ ญาติเราเห็นเขาใช้เงินมาก ก็จับเขาส่งตำรวจ เขาบอกว่าถ้าเขาเป็น ผ.ก.ค. ให้ยิงทิ้งกลางเมืองศาลากลางจังหวัดอุบลฯ ถ้าไม่ใช่ขอเราแต่งงาน ญาติเราก็พาเขามาในเมือง พวกตำรวจพาเขามาเลี้ยงข้าว พร้อมญาติของเรา พอ 3 ทุ่ม พากันกลับนาส่วง จับเราแต่งงานคืนนั้น หาพานหาใบตองเย็บบายศรีสู่ขวัญ คืนนั้นเลย ค่าสินสอดเหลือจากค่าเหล้าในเมือง ควักกระเป๋ากันใหญ่เลย พอแต่งงานเสร็จเราก็ไปอยู่บ้านป้า ป้าบอกว่า “มึงมีผัวแล้วไปอยู่กับผัว” เราก็งง ไปอยู่ยังไงเว้ยในเมื่อบ้านเราเป็นกองบัญชาการทหารไปแล้ว

husbandหลายวันต่อมา ลูกน้องเขาหนีหมด เราถูกล็อคกุญแจ เลยออกบ้านไม่ได้ เลยอยู่ด้วยกันมา ลูกน้องเขาก็หนี 6 เดือนผ่านไป เขาไปรบเมืองลาวอีก ให้ทหารมาอยู่เป็นเพื่อน แล้วย้ายมาเป็นฝ่ายเสธ อยู่วารินทร์ ทหารที่เคยอยู่ด้วยก็กลับบ้าน เราท้อง 3 เดือน เขาไม่มา เขาเขียนจดหมายไว้ เราก็ไม่ได้ดูจดหมาย พอมาดูก็เลยรู้ว่าเขาเป็นทหาร ยศร้อยเอก มาเอายศพันตรี เป็นเสธ.กรม ผ.ส. 6 ก็ให้พี่เขยขึ้นมาดู ถามเขาว่าจะกลับมาไหม ถ้าไม่กลับเราคลอดลูกแล้ว เราก็จะไปอยู่ที่อื่น เขาก็กลับมาคืนนั้นมาพร้อมกับพี่เขย มาจดทะเบียนสมรสคืนนั้น ณ บัดนั้นเราก็ถูกเรียกว่า “คุณนาย” ตามคำทำนายของพระ มีลูกคนแรกเป็นผู้ชายชื่อ นายณรงค์กรณ์ สุดกังวาล ช่วงนี้เริ่มมีกรรมอีก ระหว่างแม่ย่ากับลูกสะใภ้บ้านนอก ถูกแม่ย่าด่าเป็นประจำ 10 ปีที่แม่ย่าเกลียด เขาทำทุกอย่างเพื่อให้เลิกกัน 10 ปีหลัง รักที่สุด รักมากกว่าลูกตัวเอง เราเลี้ยงแม่ย่ามา 20 ปี เขาเป็นอัมพาต ซักผ้าขี้ผ้าเยี่ยวล้างกระโถนให้ มีบุตรอีก 2 คน คนที่ 2 ห่างจากคนแรก 8 ปี เพราะไม่ได้อยู่ด้วยกัน เขาออกรบตลอด ชีวิตของเรา พบแต่ความพลัดพรากจากทุกอย่าง ทรัพย์สิน เงินทอง บ้านช่อง สามีและลูก แต่มีแต่คนรุมรัก ถ้าเป็นเพื่อนผู้ชายจะดีมาก ถ้าเป็นเพื่อนผู้หญิงมีแต่เนรคุณ ซึ่งชีวิตของเรามีแต่ให้ แม้ทุกวันนี้ใครต้องการอะไรเราให้ได้ ไม่รีรอเลยด้วยสัจจะและศีล เรามีลูก 3 คน เป็นชาย 2 คน หญิง 1 คน ดังนี้
1. นายณรงค์กรณ์ สุดกังวาล เกิด 3 มิ.ย. 17
2. จ่าอิทธิพล สุดกังวาล เกิด 29 พ.ค. 26
3. นางสาวสมหญิง สุดกังวาน เกิด 19 ธ.ค. 27
ปัจจุบันเราอายุ 60 ปี
maeshee2ชีวิตหลังแต่งงาน ถูกแม่สามีกลั่นแกล้งต่างๆ นาๆ เรายกมือไหว้เขายกเท้ารับ ทานข้าวด้วยกันเขาให้กินแต่น้ำแกง เขาเลื่อนถ้วยกับข้าวหนี พอเราท้องเขาให้เงินไปทำแท้ง แต่เราไม่ทำ ให้จ่าคนขับรถมาข่มขืน แต่จ่าไม่กล้าทำ จ่าก็มาบอกกับเสธ.อิสระ ให้ไปอยู่กับพลทหาร และออกมาดูตลอดเวลาว่าเราทำอะไร เรียกเสธ.อิสระ เข้าไปนอนในบ้านด้วย มีของกินของใช้ เก็บเข้าห้องหมดนำเสธ.อิสระไปรดน้ำมนต์ เพื่อจะได้เลิกกัน ฝ่ายแฟนเราพอรดน้ำมนต์เสร็จก็กลับมาหาเราทุกที บางทีแม่ยึดเครื่องแบบไว้ก็นุ่งผ้าขาวม้าขับรถมาหาเรา แม่ก็เหมารถมาตาม บอกให้รถกลับเพื่อจะให้ลูกชายไปส่ง มานาส่วงไม่ขึ้นบ้านเราหาว่าบ้านเราสกปรก ยืนด่าอยู่กลางถนน คนก็แห่มาดูเต็มถนน คิดว่าเราถูกฆ่า พอเห็นพริกเห็นข้าวโพดก็ให้พลทหารเก็บเอา อยากได้ มีครั้งหนึ่งเราไปนาของป้า ย่าเหมารถไปตาม เสธ. เขารำคาญย่าด่ามาก เขาก็นำแม่เขากลับ ซึ่งขณะนั้น เราท้องโตมาก 9 เดือนแล้ว เดินกลับบ้านเอง ทางประมาณ 4 กิโลเมตรข้ามแม่น้ำซึ่งไม่มีสะพาน มีขอนไม้พาดไป ไม่มีราวจับ เราก็ท้องใหญ่กลัวแสนกลัว น้ำก็เต็มลำห้วยล้นฝั่ง เราเดินมาร้องไห้มา ถ้าตกน้ำก็ตายทั้งกลม วันต่อมาเสธ.เขาเห็นอาการของแม่เขาจะไม่เลิกรา ก็เลยรับเรามาอยู่ในค่ายทหาร วารินชำราบด้วยกัน ขนของมา วันรุ่งขึ้นเสธ.อิสระออกไปฝึกทหาร 15 วัน แม่ย่าก็แกล้งหนักกว่าเดิม ไม่ให้นั่งกินข้าวด้วย ให้เงิน 500 บาท ให้หนีไปอยู่กรุงเทพฯ เราก็เลยกลับบ้านนาส่วง ส่วนเสธ.อิสระไปฝึกทหารวันเดียวก็กลับมาดูว่าเราอยู่อย่างไร มาบ้านไม่พบเราก็ตามมาที่นาส่วง ขนข้าวของมาอยู่ด้วยเลย รายการตามล่าลูกชายด่าลูกสะใภ้ก็เกิดขึ้นทุกวันหลังเลิกงาน พานายทหารพาพวกคุณนายมาด่าเรา ว่าเราทำอย่างไรอยู่บ้านนอก เสธ.กรมแท้ๆ มาติดพันจนมีลูก ถามหาของดีเรานิ่งลูกเดียวไม่โต้ตอบจนเราคลอดลูกได้ลูกชาย เสธ.ก็รับเรามาอยู่ในค่ายด้วยกันอีกรอบ 2 เดือน ได้ 1 เดือน ย่าก็บอกพวกคุณนายทั้งหลายที่เล่นไพ่ด้วยกันกับย่าว่าเป็นลูกชู้ มีชู้กับจ่า กับพลทหาร เสธ. ก็เป็นพ่อพระไม่พูดสักคำ เราก็ไม่พูด อยู่ได้ 1 ปี หาเมียใหม่ให้มีอาชีพเป็นครู เป็นคนอำเภอดอนตาล เราก็กลับนาส่วงอีกรอบ 3 เขาอยู่ด้วยกัน 6 เดือน เสธ.อิสระขนของกลับไปอยู่กับเราที่นาส่วงอีก แต่ก่อนเทียวไปกลับ เที่ยวหลังไม่กลับบ้าน มาอยู่นาส่วงเลย แม่ย่ากับเมียใหม่ก็ตามมาไล่อีก แต่รอบนี้เสธ.อิสระพูด บอกผมเลือกแล้ว ผมจะอยู่ที่นี้ ตายที่นี้ ย่าก็อยู่ทางโน้น ย่าถามแล้วเมียใหม่ล่ะ เสธ.บอกผมเลิก เมียใหม่ไม่ยอมทนอยู่ 6 เดือน เสธ.ก็ย้ายตัวเองไปอยู่ชายแดน แต่มาอยู่บ้านนาส่วงเลย นำจ่า คนขับรถ และพลทหารมาอยู่ด้วย เหลือแต่ย่ากับเมียใหม่ ย่าก็ไปอยู่กรุงเทพฯ กับลูกอีกคนหนึ่ง เมียใหม่ทนไม่ไหวก็กลับดอนตาล นครพนมไป
         พ.ศ. 2519 เราก็ย้ายมาอยู่อุดรธานีกัน ย่าไปอยู่กับลูกที่กรุงเทพฯ ไม่ถูกกับลูกสะใภ้ ไปอยู่กับลูกสาวก็ไม่ถูกกับลูกเขย ก็ย้ายมาอยู่ที่อุดรกับพวกเราอีก พอมาอยู่กับเราที่อุดรก็อาละวาดอีก แต่อยู่บ้านเดียวกันกับข้าวกับปลาเราเป็นคนทำ ทีแรกก็ไม่กล้ากิน กลัวจะวางยาพิษ คอยกินพร้อมลูกชาย ย่าเป็นคนกินบ่อย กินทั้งวัน ตอนหลังมากินเองเอามือล้วงในหม้อ ในถ้วย ย่าเขาเป็นอัมพฤกษ์ครึ่งซีกทางขวา เป็นก่อนเราแต่งงานอีก แต่ย่าเขาพูดว่าเราทำของใส่เขา วันไหนเขากินมาก เขาจุก เขาอาเจียน เขาก็บอกว่าถูกยาพิษเราใส่ในอาหาร เขาบอกลูกชาย แต่ลูกชายเขาก็กินเฉยเลยไม่เป็นอะไร วันไหนย่าเขาท้องเสียเขาก็ว่าเราทำของใส่อีก หลายปีเป็นสิบปีเขาก็ค่อยเลิกอาละวาด ทีนี้เขาก็รักเรารักมากจนมีเรื่องกับลูกชายตลอด เวลาเสธ.เขาไปเที่ยว มีผู้หญิงตามมาที่บ้าน ย่าก็จะด่าลูกชายแทนเรา ด่าผู้หญิงด้วย บอกคนอื่นว่าเราเป็นลูกสาวไม่ใช่ลูกสะใภ้ อา (ลูกสาวของย่า) มารับแม่ไปอยู่ด้วย อยู่ได้ 3 เดือน เขาก็รีบเอามาคืน อาเขาว่าไม่ไหว เหม็น ย่ามาก ขี้เยี่ยวเลอะเทอะ ซึ่งเราก็ทำมาก่อนซักผ้าขี้ผ้าเยี่ยวมาตลอดไม่เคยบ่นเลย ย่าเขาร้องให้นำกลับมาหาเรา ย่านอนป่วยอยู่โรงพยาบาลนาน 6 เดือน ไม่มีลูกคนไหนมาเยี่ยมเลย นอนขี้นอนเยี่ยวไม่ได้สติจนตาย มีเราคนเดียวที่ไปดูทุกวัน พอลูกๆ ไปโรงเรียนเราก็มาดูแลย่าที่โรงพยาบาล พอเวลาบ่าย 3 โมงเราก็กลับ ดูแลท่านจนกระทั่งท่านตาย
         เราก็นิมนต์พระนำศพมาไว้ที่วัดโพธิ์ แล้วก็ไปขอใบมรณะบัตร ทางวัดก็ถามหาญาติของศพ กว่าเราจะกลับมาจากเอาใบมรณะบัตรก็ บ่าย 2 โมงแล้ว มาตามคนในวัดป่าสาลวันไปช่วยรดน้ำศพเพราะไม่มีญาติที่ใหน พอตั้งศพ 3 วันเราก็จัดการเผาศพ จะเผาเวลาบ่าย 4 โมง ลูกๆของย่าก็มาถึงเวลาบ่าย 2 โมง พอบ่าย 4 โมงเย็น พระครูอำนวยไปเผาศพย่าก็ไม่ได้เผา งงกันเป็นแถว พอใส่ไฟเสร็จเขาก็กลับกัน พวกญาติเขาไม่เคยช่วยเงินสักบาทเดียวเลย เขาอยากได้ศพไปทำที่กรุงเทพฯ เขาก็ไม่กล้าบอกเรา แล้วพวกเขาก็ไม่มาอีกเลย จนกระทั่งสามีเราตายหลังจากย่าตาย 110 วัน จนปัจจุบันนี้เรายังไม่เคยเห็นหน้าญาติเสธ.อิสระสักคนเลย ..
ประวัติทางธรรม
luangporput (1)ตอนเรามาวัดป่าสาลวันใหม่ๆ เราวิ่งตามหลวงพ่อพุธไปกุฏิตอน 2 ทุ่ม พระที่ตามท่านบอกว่าอย่ามา โยมเป็นผู้หญิง เราไม่ฟัีงวิ่งตามไปเข้าในกุฏิหลวงพ่อไม่พูดอะไรแล้วท่านก็ขึ้นกุฏิไป พระก็ยืนมองหน้่าเรา สักพักท่านลงมาจากุฏิ แล้วนั่งลงมองหน้าเราท่านถามเราว่าบ้านอยู่ใหน ชื่ออะไร เรารีบตอบแล้วรีบถามสิ่งที่อยากถาม “หนูชื่อทองสุข สุวรรณศิลป์ เป็นลูกตาพุก ยายพร”  ”บ้านนาส่วง นาเยียใช่ใหม” ท่านต่อให้ เราตอบค่ะ ท่านว่า “พุก สุวรรณศิลป์ ขี้เมา บ้านอยู่หน้าวัด เมามาทีใดมาขอหวยมหาพุธทุกที” ท่านพูดว่า “แล้วมายังไงถึงมาอยู่โคราช” เราตอบ “มากับสามี สามีเป็นนายทหาร แล้วลูกน้องรออยู่ข้างนอกค่ะ” ท่านเลยพูดว่า “ไปอยู่วัดถ้ำเสือ เราจะปฏิบัติธรรมสำเร็จภายใน 2 ปี ไปเป็นหัวหน้าเขาที่นั่นแหละ ถ้าจะอยู่นี้ก็ได้ แต่นานหน่อย เกิดมาเพื่อเป็นนายคน เพื่อเป็นคนของศาสนานะ” ซึ่งเราเองก็ไ่ม่เข้าใจเลย ต่อไปจะเป็นหน้าที่เรา เราก็งง เราจะทำอะไรเป็น ท่านพูดมายังไม่รู้เรื่อง กลับดีกว่า เราก็เลยกลับ พอมาถึงบ้านยังนึกถึงหน้าท่านตลอด ยังไม่รู้จักชื่อท่านอีก
                เช้าวันรุ่งขึ้นเรามาถวายอาหารก็นั่งตรงหน้าท่าน ท่านก็บอกว่า ให้ภาวนาพุทโธนะ เราก็ไม่เข้าใจภาวนาคืออะไร ท่านก็บอกให้รู้ เราก็ว่ามาตลอดแล้วเราก็ทำบุญตอนเช้าทุกวัน ไปนั่งดื่มกาแฟที่ร้านๆหนึ่ง สามีเราก็ไปนั่งดื่มเหล้าทุกเช้าในร้านนี้ นานวันเข้าเขาเลยบอกว่า “คุณนายผมเห็นไปทำบุญทุกวัน ตอนบ่ายเขามีนั่งสมาธิเริ่มบ่ายโมง เลิกบ่าย 3 โมงครึ่ง ” เมื่อรับลูกกลับจากโรงเรียนแล้วเราก็มาที่โบสถ์วันนั้นเลย ตอนเย็นก็มาสวดมนต์อีก เที่ยวหลังชวนสามีมาด้วย แล้วสามีก็บวชที่วัดนี้ 1 พรรษา พอสึกออกไปเราก็ยังมาปฏิบัติธรรมกันทุกเย็น จนหลวงพ่อพระครูอำนวย(พระครูโอภาส ธรรมภาณ) มาทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดป่าสาลวัน หลวงพ่อพุธเรียกเข้าไปหาที่กุฏิ บอกว่า”มีพระมาจากอุบลฯบ้านเจ้าเด้อ ให้เอาดอกไม้ ธูปเทียนไปไหว้เพิ่นสา แล้วเป็นโยมอุปฐากเพิ่นเด้อ ต่อแต่นี้หน้าที่ดูแลพระผู้ใหญ่ ให้เป็นหน้าที่เจ้าเด้อ” เราก็ทำตาม มาได้ไม่กี่วันเราก็บอกหลวงพ่อ ” หลวงพ่อหนูขอหยุดนะ พระครูอำนวยขึ้เหร่ แล้วด่าเก่งด้วย หนูไม่ชอบเลย” ท่านบอกเราว่า”พระครูอำนวยไม่เคยมีเรื่องเสื่อมเสียทางวินัยนะ แล้วมันเป็นเรื่องของเราโดยตรง ถ้าทำตรงนี้ผ่านไปได้ 2 ปีพ่อจะเอาพานไปรอรับ ” เราทำหน้าที่ตรงนี้มา พ.ศ.2531 จนพระครูมรณภาพ หลังหลวงพ่อพุธ จำพ.ศ.ไม่ได้ หลวงพ่อพุธประกาศเลยว่า ต่อไปนี้หน้าที่ดูแลวัดป่าสาลวันเป็นหน้าที่ของลูกนะ พอสามีเสียหลวงพ่อพุธเป็นผู้ดูแลเรามาตลอด เราผู้บำเพ็ญบารมีมาเต็มที่ สร้างบารมีมามาก ใช้กรรมมาเยอะมากๆจนพรรณนาไม่จบนี้ เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตอุบาสิกาแห่งวัดป่าสาลวันผู้เป็นลูกศิษย์หลวงพ่อพุธฐานิโย ขอถวายชีวิตแด่พระศาสนา เพื่อบูชาพระพุทธ พระธรรม และ พระสงฆ์ ถวายหลวงปู่มั่น…
         คุณแม่ชีทองสุึขมีปฏิปทาที่จะเผยแพร่เรื่องราวของพระบรมสารีริกธาตุที่เสด็จมาสู่วัดภูพลานสูง จังหวัดอุบลราชธานี ให้แก่พุทธศาสนิกชนได้ทราบ และ ได้เดินทางไปสักการะบูชา พร้อมทั้งร่วมทำบุญเพื่อสร้างสถานที่รองรับพระบรมสารีริกธาตุให้สมพระเกียรติ คุณแม่ชียินดีให้ความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์เกี่ยวกับการเสด็จมาขององค์พระบรมสาีรีริกธาตุ สามารถเข้าไปพูดคุยสอบถามข้อมูลกับแม่ชีได้ค่ะ ^^